Month: April 2019

Multi generation Family Walking In A Park With US Flags.

รู้จักความเป็นมาของรัฐธรรมนูญ เครื่องหมายของการปกครองแบบประชาธิปไตยในชาติไทยและนานาประเทศ

เป็นที่ทราบกันดีว่าวันที่ใช้ระลึกถึงรัฐธรรมนูญในประเทศไทยนั้น คือวันที่ 10 ธันวาคม ของทุก ๆ ปี เนื่องจากวันนี้เมื่อปี พ.ศ.2475 (ค.ศ.1932) นั้นเป็นวันแรกที่มีการประกาศบังคับใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักไทย โดยการทรงลงพระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ล้นเกล้ารัชกาลที่ 7 ซึ่งหากนับย้อนจากอดีตมาจนถึงปัจจุบันนั้นประเทศไทยมีการใช้รูปแบบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขมาแล้วกว่า 86 ปี ซึ่งแน่นอนว่าหากมีโอกาสได้ติดตามข่าวสารบ้านเมือง หรืออ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองของไทยก็คงจะทราบดีว่า กว่าที่ประเทศไทยจะมีวันนี้ได้นั้น ต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ มามากน้อยแค่ไหน  อย่างไรก็ตามหากจะพิจารณากันให้ดีแล้วไม่เพียงประเทศไทยเท่านั้นที่มีการต่อสู้เรียกร้อง กว่าจะได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญ อันเป็นภาษาสากลที่แสดงถึงการปกครองแบบระบอบประชาธิปไตยแล้ว ประเทศอื่น ๆ อีกมากมายก็มีการฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ มากน้อยแตกต่างกันไป ซึ่งจะยกตัวอย่างประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยเฉกเช่นเดียวกับประเทศไทย ดังนี้  1.ประเทศอังกฤษ  อังกฤษ ถือ เป็นประเทศหนึ่งที่มีการปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีรัฐธรรมนูญเป็นของตนเอง ตั้งแต่เมื่อปี ค.ศ.1688 ซึ่งเป็นปีที่มีการล้มล้างราชบัลลังก์ของสมเด็จพระเจ้าเจมส์ที่ 2 โดยการนำทัพของเจ้าชายวิลเลียมเพื่อไปบุกยึดประเทศอังกฤษทางน้ำ ตราบจนกระทั่งถึงปัจจุบัน โดยสาเหตุที่ทำให้เริ่มมีการต่อต้านเพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจากระบอบกษัตริย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยนั้น ก็เป็นผลสืบเนื่องมาจากว่าในสมัยของพระเจ้าจอห์น พระองค์ทรงได้สร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมากด้วยการขึ้นราคาค่าเรียกเก็บภาษี เป็นเหตุให้มีการเรียกร้องจากประชาชนและทำให้เกิด “บทบัญญัติแมกนา คาร์ตา” ขึ้นในปี ค.ศ.1215 โดยอาจเรียกได้ว่านี่เป็นการเริ่มต้นการจุดชนวนระบอบประชาธิปไตยขึ้นในประเทศอังกฤษในระยะแรก ๆ เลยก็ว่าได้ อย่างไรก็ตามในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกที่ใช้ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยนั้นต่างก็ยึดเอาประเทศอังกฤษเป็นต้นแบบซะเป็นส่วนใหญ่  2.ประเทศสหรัฐอเมริกา  ข้ามไปทางฝั่งทวีปอเมริกากันบ้าง ประเทศที่มีการปกครองด้วยประชาธิปไตยที่รู้จักกันดีในดินแดนแถบนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นประเทศมหาอำนาจของโลกอย่างประเทศสหรัฐอเมริกา ที่รู้จักกันเป็นอย่างดีด้วยสโลแกนที่มีความบ่งบอกถึงระบอบการปกครองของประเทศอย่างชัดเจนกับคำที่ว่า “ดินแดนแห่งสิทธิและเสรีภาพ” โดยนับจากเหตุการณ์การปฏิวัติอเมริกา ในปี  ค.ศ.1775 และการประกาศอิสรภาพตั้งตนเป็นอิสระไม่อยู่ภายใต้อาณานิคมของกลุ่มประเทศในแถบยุโรป ในปี ค.ศ.1776 ตลอดจนการมีรัฐธรรมนูญฉบับแรกของประเทศในปี ค.ศ.1788 ก็ต้องบอกว่าคนชาติอเมริกันก็ต้องต่อสู้เพื่อสิทธิพึงมีของตนเองมาไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าประเทศอื่นเลย นอกจากนี้ประเทศสหรัฐอเมริกายังประสบความสำเร็จในเรื่องของการปกครองประเทศด้วยระบบนี้จนหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกยกย่องให้เป็นต้นแบบของประเทศที่มีการจัดการในเรื่องของการไม่ให้มีการแบ่งชนชั้น  การแบ่งเชื้อชาติ หรือกระทั่งการเหยียดเพศสภาพระหว่างประชาชนได้เป็นอย่างดี สมกับคำว่าประเทศแห่งอิสรภาพจริง ๆ ซึ่งหากใครได้มีโอกาสอ่านหนังสือประวัติศาสตร์เกี่ยวกับประเทศนี้ ก็คงพอจะทราบกันดีว่าประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นหนึ่งในประเทศตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนว่า การปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยที่ดีนั้น ทำให้บ้านเมืองของพวกเขามีการพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดในทุก ๆ ด้านเพียงใด  3.ประเทศญี่ปุ่น  กลับมาทางฝั่งเอเชียกันบ้าง ซึ่งประเทศที่จะกล่าวต่อไปก็คือประเทศยักษ์ใหญ่ฝั่งทวีปเอเชียอย่างประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง ซึ่งนอกจากประเทศญี่ปุ่นจะมีระบอบการปกครองแบบเดียวกันกับบ้านเราแล้ว ที่ประเทศญี่ปุ่นก็ยังคงนับถือพระมหากษัตริย์เช่นเดียวกันด้วย แดนอาทิตย์อุทัยเดิมทีได้รับการสืบทอดอิทธิพลไม่ว่าจะเป็นในด้านของรูปแบบภาษา วัฒนธรรมประเพณี ตลอดจนรูปแบบการปกครองมาจากประเทศจีน ซึ่งระบบทหารที่ชาวญี่ปุ่นใช้กันในสมัยนั้น คือ “ระบบโชกุน” แต่สืบเนื่องจากการที่ญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างยับเยินโดยการนำของกษัตริย์ญี่ปุ่นในขณะนั้น ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองครั้งยิ่งใหญ่ในประเทศ มาเป็นการปกครองโดยใช้ระบอบประชาธิปไตย และผลจากการเปลี่ยนแปลงในครั้งนั้น ทำให้ญี่ปุ่นใช้เวลาไม่นานหลังจากนั้นในการพัฒนาประเทศ จากประเทศผู้แพ้สงครามพลิกกลับขึ้นมายืนเป็นหนึ่งในประเทศชั้นนำของโลกฝั่งเอเชียอย่างเต็มภาคภูมิได้อีกครั้ง  จะเห็นได้ว่าหากศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาของระบอบการปกครองแบบนี้ให้ดีแล้ว เราจะทราบว่าหากมีการใช้อำนาจของรัฐธรรมนูญที่ซื่อตรง สุจริต บริสุทธิ์ยุติธรรมอย่างตรงไปตรงมานั้น จะก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนในประเทศอย่างมหาศาลมากมายเพียงใด และหวังว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าประเทศไทยของเราจะสามารถก้าวขึ้นไปทัดเทียมกับประเทศมหาอำนาจต่าง ๆ ที่กล่าวมาว่าในใช้ระบอบการปกครองแบบเดียวกันกับเราไม่วันใดก็วันหนึ่ง